แม่น้ำท่าจีนวันนี้เป็นวันพ่อแห่งชาติครับ
ขอเขียนอะไรเกี่ยวกับพ่อสักหน่อยนะ
ขอเขียนอะไรเกี่ยวกับพ่อสักหน่อยนะ
พ่อผมท่านเป็นคนไทยเชื้อสายจีน(แต้จิ๋ว) เขียนภาษาไทยไม่ได้ เพราะไม่ได้เรียนหนังสือไทย ท่านเป็นคนที่ขยันในการทำมาหากิน เพราะถ้าไม่ขยันลูกเมียก็อดตายหมด เพราะมีลูกมากตั้ง 12 คน สมัยนั้นเมื่อประมาณ 70-80 ปีมาแล้วเขานิยมมีลูกมาก
บ้านเดิมของผม(ความจริงบ้านของพ่อ)อยู่ที่ บ้านบางม่วง ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน นครปฐม ประวัติการทำงานของพ่อจำมาจากพี่น้อง เพราะพ่อเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดมาก พี่น้องเล่าว่าพ่อเคยทำงานเป็นหลงจู๊(ผู้จัดการ)โรงสีข้าว แล้วเปลี่ยนมาเป็นคนกลางซื้อข้าวจากชาวนา มาขายให้กับโรงสี งานหนักและเหนื่อยมาก ต่อมาพ่อเปลี่ยนมาทำการประมงที่แม่น้ำท่าจีนหน้าบ้าน พูดง่ายๆก็คือการปักเสาไม้กลางลำแม่น้ำแล้วมีตาข่าย(เรียกตามประสาชาวบ้านว่า อวน) ขึงติดไว้เพื่อดักปลาต่างๆที่มาตามลำน้ำ สมัยนั้นน้ำในแม่น้ำยังใสและสะอาดไม่มีมลพิษเช่นวันนี้ ปลาที่ติดตาข่ายหรืออวนนั้นมีจำนวนมากแต่ละวัน นอกจากปลาหลากหลายชนิดแล้ว ยังมีปูน้ำจืดอีกด้วย
สมัยนั้นกรมประมงเขาควบคุมมิให้ทำการจับปลาตลอดปี โดยให้เว้นระยะเวลาประมาณสามสี่เดือน (ประมาณเดือนเมษายนถึงเดือนสิงหาคม) โดยอ้างว่าเพื่อให้ปลาวางไข่ แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรไม่รู้ พ่อผมก็เดือดร้อนเพราะไม่มีรายได้จากการขายปลา
ตอนนี้แหละพ่อแสดงอัจฉริยะทางด้านความคิดให้ผมประจักษ์ ตอนนั้นผมเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 1 โรงเรียนนาคประสิทธิ์ ใกล้กับตลาดสามพราน พ่อให้ผมเขียนหนังสือร้องเรียนไปยังกรมประมง โดยพ่อเป็นคนบอกให้ผมเขียน คล้ายๆกับผมทำหน้าที่เป็นเลขาให้พ่อ ผมยังจำได้จนวันนี้ถึงสำนวนการร้องเรียนของพ่อที่ให้ผมเขียน มีเหตุผลและหลักการที่น่าเชื่อถือ จนกรมประมงอนุมัติให้งดเว้นการจับปลาจากจำนวนสี่เดือนเหลือเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น
พ่อทำมาหากินโดยสุจริตจนมีหลักฐานมั่นคง(ร่ำรวยพอสมควร) เป็นที่นับหน้าถือตาจากผู้คนทั่วไป เขาพากันเรียกพ่อว่า "เถ้าแก่" แสดงถึงฐานะและความน่าเชื่อถือที่ดียิ่ง เวลาผมไปไหนถ้ามีคนถามว่า "เอ็งเป็นลูกใคร?" ถ้าผมตอบว่าเป็นลูกเถ้าแก่....เป็นอันยอมรับกัน ขนาดเชื่อขนมตามตลาดร้านค้ากินได้นั่นแหละ แต่ผมก็ไม่เคยประพฤตินะเพราะกลัวพ่อจะทำโทษเอา
พ่อมีร้านค้าของชำด้วย (ร้านโชห่วย) แถมให้ชาวนาชาวบ้านในหมู่บ้านมาซื้อเชื่อได้ เคยมีชาวนาซื้อสินค้าแล้วไม่มีเงินจ่าย จะเอาโฉนดที่ดินมาจ่ายแทนพ่อก็ไม่เอา จนยอมอ้อนวอนจากชาวนาบางคนไม่ได้ ยินดีรับโอนที่ดินมาบ้างจำนวน 80-90 ไร่ พ่อบอกว่าไม่เอาที่ดินเพราะขี้เกียจไปจ่ายภาษีที่ดิน ท่านเชื่อใหมที่ดินที่พ่อรับไว้จากชาวนาในสมัยนั้น วันนี้เขาซื้อขายกันไร่ละ 2-3 ล้านบาท
ถ้ารู้อย่างนี้สงสัยพ่อคงไม่อยากปฏิเสธนะ แต่นั่นมันเมื่อ 70-80 ปีมาแล้วนะ ที่ดินตารางวาละไม่กี่บาทในสมัยนั้น
คิดถึงพ่อเลยเอาเรื่องเกี่ยวกับท่านมาเล่าซะหน่อย พอให้หายคิดถึงครับ....
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น